fbpx

Wakayama-Osaka แพลนทริป 3 วัน 2 คืนมันส์ๆ

June 4, 2019

ญี่ปุ่น ไม่เสียเวลา ส่วนลด ง่าย

Osaka-Japan
ญี่ปุ่น หนึ่งใน Destinationที่ไปโคตรง่าย
แถมไปกี่ทีก็ยังมีอะไรให้เที่ยว ให้ชิม ให้ชอป ตลอดเวลา
รอบนี้หมวยและพี่อมยิ่มจะพาไปเที่ยวโอซาก้า
ในมุมมองที่โคตรง่าย ราคาดี ประหยัดเวลา
ที่ #ใครๆก็ไปด้ายยย~

นี่คือแพลนทริปของเราคร่าวๆ มีดังนี้
ตอนที่ 1
Day1 Wakayama – ปราสาทวาคายาม่า ตลาดปลาคุราชิโอ
Day2 Wakayama – Dencha tama เก็บสตรอเบอรี่ ศาลเจ้า ท่าเรือ
Day3 Osaka – ชิงช้าสวรรค์ Hep5, ลองกินปลาปั๊กเป้า, Harukas300

ตอนที่ 2
Day4 Kyoto – ทัวร์รถไฟสายซากุระ, กลับมากินปูที่นัมบะ
Day5 Kobe – Rokko Moutain, Kobe Beef Eikichi
Day6 Osaka – Universal Studio Japan
Day7 Osaka – ตื่นสายไปทานไคเซกิ

เลือกวันลา จองตั๋วเครื่องบิน
แพลนกิจการ กิน-เที่ยว-ชอป-เดินทาง แบบง่ายๆแมสๆ
พร้อมจองกิจกรรม แบบโคตรสบายจาก Klook
ในรอบนี้เราจะพาไปดังนี้
.

ทริปนี้ตลอดทั้งทริปเราจองทุกๆอย่างผ่าน Klook
ไม่ต้องไปต่อแถวซื้อตั๋ว หรือ
ต้องไปลุ้นจองร้านอาหารตอนเดินทางอีกแล้ว

เราจองทุกอย่างจากไทย
พอไปญี่ปุ่นก็แค่ยื่นสแกนโค็ดก็จบง่ายๆด้วยนะ

โหลดแอพได้ทั้ง ISO
https://itunes.apple.com/app/klook/id961850126?mt=8
และ Andriod
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.klook&hl=en

ทริปนี้นอกจากเราจะได้เที่ยวแล้ว ยังจะพาไปลองชิมปลาปักเป้าด้วยนะ
ปลาที่มีพิษร้ายแรงแต่คนญี่ปุ่นสามารถนำพิษออกได้แล้วให้เราทานได้แล้ว
ยังถือว่าเป็นอาหารที่อร่อยและแพง จะจริงไหม รอชมได้เลย

WAKAYAMA

เราถึงสนามบินโอซาก้ากันแต่เช้า
เข้าไปอาบน้ำแล้วไปรอรับตั๋วที่เค้าเตอร์ตอน 08:30 น.

ตั๋วที่เราใช้และสามารถรับได้ที่สนามบิน
เช่นบัตรรถไฟ บัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ

แล้วออกเดินทางสู่วาคายาม่า!

WAKAYAMA

เราถึงสนามบินโอซาก้ากันแต่เช้า
เข้าไปอาบน้ำแล้วไปรอรับตั๋วที่เค้าเตอร์ตอน 08:30 น.

ตั๋วที่เราใช้และสามารถรับได้ที่สนามบิน
เช่นบัตรรถไฟ บัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ

แล้วออกเดินทางสู่วาคายาม่า!

ปราสาทวาคายาม่า
หากมาถูกช่วงจะมีซากุระบานเต็มประสาทสวยมาก

หากขึ้นไปบนยอดปราสาท
มองลงมาด้านล่างก็จะพบกับทุ่งดอกซากุระก็ว่าได้
แต่….

ตอนที่เรามามันยังไม่บาน!!!!
เอาเป็นว่าชมวิวไปก่อนนะ ฮ่าๆๆๆ

จริงๆหากใครเบื่อการชมซากุระคนเยอะในเมือง ออกมาชมที่ต่างจังหวัดแบบนี้ก็ดีนะ

วิวด้านบนจะเป็นแบบนี้แหละ
วันนี้ฟ้าโปร่ง มองไปเห็นถึงทะเลเลย

จากนั้นเราจึงเดินทางต่อไปยัง
ตลาดปลา คุโรชิโอ

เราสามารถเดินทางมาได้ด้วยการขับรถ
หรือนั่งรถบัสสาย 47, 117, 121 มาถึงได้
ลงป้าย Marina bay นะ

เรากะเวลาให้ตรงกับช่วงที่จะมีการแล่ปลาทูน่าพอดี
จะมีรอบช่วง 11:00, 12:30, 15:00

หลังจากแล่
พ่อครัวก็จะเอาปลาที่แล่สดๆนั่นแหละมาขายเลย

มีหมวกให้ใส่ด้วย 5555555

ตลาดปลาที่นี่เราสามารถซื้อซาชิมิสดๆ
ที่ชาวประมงพึ่งลากขึ้นมา

แล้วยังมีของอีกเยอะเต็มไปหมดเลย
ทั้งซูชิ อาหารทอด อาหารต้ม ทั้งหมดคือวัตถุดิบสดๆ
(ก็ตลาดปลาอะเนอะ ไม่สดได้ไง)

หรือจะเป็นของสดแล้วเอาไปย่างเองก็ได้
ตรงด้านนอกจะมีเตาปิ้งย่างให้เราได้ปิ้งและนั่งทานอยู่ด้วย

วันถัดมา เรามีแผนจะไปกันยังสถานีรถไฟแมว
Dencha Tama สถานีรถไฟที่มีนายสถานีเป็นแมว!!
ซึ่งเราสามารถขึ้นได้จากสถานี JR wakayama
เลือกนั่งสาย Kishigawa Line ตรงสู่สถานี Kishi
โดยเราจะทำการเปลี่ยนเป็นรถไฟ Wakayama Electric Railway
ซึ่งใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 30นาที

ก่อนที่จะไปถึงนายสถานีแมวที่ปลายทางสายนี้!!
มีรถไฟที่ตกแต่งพิเศษทั้งหมด4ขบวน ดังนี้
– รถไฟขบวนสตรอเบอรี่
– รถไฟขบวนบ๊วย
– รถไฟขบวนของเล่น
– รถไฟขวบนแมว
ซึ่งหากใครอยากขึ้นขบวนไหน ลองเช็คให้ดีนะ

เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโม
เราก็เดินทางมาถึงยังสถานี Kishi

รอบนี้นายสถานีของเรากำลังนั่งรอต้อนรับเราอยู่ในกรง

หากใครจะไปดูนายสถานีอย่าลืมเช็คให้ดี นางมีวันหยุดด้วยนะจ๊ะ
https://www.wakayama-dentetsu.co.jp/en/ )

————————-
จริงๆนายสถานีทามะเนี่ย ก็มีประวัติด้วยแหละ
ที่เราเห็นกันทุกวันนีจริงๆมีชื่อว่า NiTama
(แปลว่าแมวตัวที่สอง นิ=สอง ทามะ=แมว)
เนื่อด้วยนายสถานีทามะจริงๆได้หมดอายุขัยไปแล้ว

เมื่อก่อนสมัยการเดินทางของรุยนตร์เช้ามามีบทบาท
ทำให้คนญี่ปุ่นใช้การเดินทางด้วยรถไฟน้อยลง
จนซบเซาลงไปเยอะ

แต่ว่าที่สถานีKishiเนี่ย
กลับมีแมวตังนึงเดินป้วยเปี้ยนไปมา
จนเริ่มเรียกแขกให้เข้ามาใช้บริการที่สถานีนี้

พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
คนเริ่มให้ความสนใจกับแมวตัวนี้มากขึ้น
การเดินทางโดยรถไฟมาหาแมวตัวนี้
ก็ได้รับความสนใจมากขึ้น

แมวตัวนั้นจากเป็นคุณทามะ
แมวร่อนเร่ธรรมดาเลยถูกอัพเกรดขึ้นมา
เป็น นายสถานีทามะ!

ยิ่งทำให้การเดินทางในรถไฟมาหานายสถานียิ่งดังกว่าเก่า
กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวนึงประจำจังหวัดไปเลย

ที่ปลายสถานีก็จะมีการตกแต่งให้คล้ายรูปแมว
พร้อมมีคาเฟ่ ของที่ระลึกเกี่ยวกับแมวขายด้วยนะ
อยากให้ลองไปดู!

หลังจากไปหานายสถานีเรียบร้อยแล้ว
เราจะไปเก็บสตรอวเบอรี่กันต่อจ้าาาาาา
ที่ Kishigawa Sightseeing Strawberry Picking Association
ซึ่งเราต้องทำการจองก่อนไป สามารถจองได้ตรง Information หน้าสถานีได้เลย
จากนั้นเราสามารถเดินจากหน้าสถานีรถไฟไปได้ ใช้เวลาเดินประมาณ 15นาที
ค่าเข้าอยู่ที่คนละ 1,500เยน

เค้าจะให้แก้วกระดาษเรามาคนละใบ
จะเก็บแค่ไหนกินเท่าไหร่ก็ได้ แต่มีกฎคือ ห้ามเอาออกไปนะจ๊ะ!
ช่วงเวลาเก็บสตรอวเบอรี่ของที่นี่ ต้นกุมภาพันธ์ – กลางพฤษภาคม

จากนั้นเราตั้งใจไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่
Awashima Shrine

ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลวาคายาม่า
สามารถโดยสารรถไฟไปที่สถานี Kada แล้วเดินต่อได้

จุดที่เราไปจะเป็นเมืองท่าเรือ
จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะไปศาลนี้ด้วยซ้ำ
เราเห็นว่าศาลนี้สามารถเดินทางไปถึงได้ง่าย
แถมตั้งอยู่ริมทะเลที่น่าจะเห็นวิวได้ง่าย

ลองค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ทดูก็พบว่า
ศาลนี้มีตุ๊กตาฮินะอยู่ในศาลเต็มไปหมดด้วย

แต่กว่าจะถึงก็ปาไป5โมงเย็นแล้ว
ศาลเจ้าก็ปิดประตูเรียบร้อย
เลยทำการเดินรอบๆศาลแทน

รอบๆศาลจะเต็มไปด้วยตุ๊กตา หุ่นสัตว์ต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็น ทานุกิขี้เมา แมวกวัวก กบ ตุ๊กตาเด็กผู้หญิง
มีอย่างละเป็นร้อยๆตัวเลย

หลังจากเดินชมได้สักพัก เราก็ไปดูพระอาทิตย์ตกดิน..
ซึ่ง….
ไม่มีพระอาทิตย์ตกอีกแล้ว....

อากาศไม่เป็นใจเลย
เราเลยไปยืนดูคุณพี่ คุณน้า คุณป้าคนญี่ปุ่น
ตกปลากันที่ท่าเรือ ก็ได้บรรยากาศดีๆไปอีกแบบ..

หลังจากเราเดินเล่นเรียบร้อย เราก็ตัดสินใจว่า
เข้าไปนอนในตัวเมืองโอซก้าดีกว่า
บอกลาวาคายาม่า แล้วออกเดินทางต่อกันเลย

OSAKA

การเดินทางและเที่ยวใน Osaka
เราเลือกที่จะเดินทางและเที่ยวที่ต่างๆ
ด้วยบัตร Amazing Pass

ซึ่งบัตรเนี้ยะ มีข้อดีตรงที่
เราสามารถใช้โดยสารรถไฟใต้ดินได้ทุกสาย
และเข้าสถานที่ต่างๆในโอซาก้าได้หลายที่เลย
( จองตรงนี้เลย >> https://bit.ly/2CCqrGg )

เราจึงเลือกที่จะไปนั่งกระเช้าสีแดงโดดเด่น
ประจำย่าน Umeda “กระเช้า Hep5 “

ก็ทำการโชว์บัตร Amazing pass นี้ตรงทางเข้า
และขึ้นกระเช้าไปได้เลย

กระเช้านี้ใช้เวลา 15นาที ต่อหนึ่งรอบ
และจะบอกว่า
กระเช้าไม่น่ากลัวเลยยยยยยยยยยยย
ดูแข็งแรง ไม่โคลงเคลงง่าย
ฟินสุดๆ

จากนั้นพักเที่ยงต้อนรับโอซาก้าด้วยเมนูสุดพิเศษ

กินปลาปักเป้า!!!!

เมนูนี้มีทั้งความรู้สึกโคตรจะไม่อยากกิน และอยากลองกินดู
เราสองคนเลยตัดสินใจ เอาวะ ลองกินดู
กินที่ญี่ปุ่นนี่แหละปลอดภัยสุด!

เราเลือกมาทานปลาปักเป้ากันที่ ร้าน Guenpin
(จองตรงนี้เลย >> https://bit.ly/2TWMNNf )

ในเมนูจะมีทั้ง
– ซาลิมิปลาปักเป้า
– ปลาปักเป้าทอด
– ชาบูปลาปักเป้า
ถ้าให้อธิบายรสปลาแบบตรงๆคือ..
มันค่อนข้างดึ๋งๆ หยึ๋ยๆ เหมือนกินส่วนมันหมู
แต่ก็ไม่ได้เลี่ยนขนาดนั้น

อธิบายยังไงก็ไม่เหมือน อยากให้ลองทานดูนะ!

จากนั้นเราว่าจะเดินทางไปดูพระอาทิ9ย์ตกที่โอซาก้า!!

ทำการซื้อตั๋ว เพื่อขึ้นไปยังตึก Harukas300
( จองตรงนี้เลย > https://bit.ly/2FAgNom )

แอบบอกนิดนึงว่า วันถัดถัดไป
เราจะไป Universal Studio Japan
ซึ่งตั๋วที่เราซื้อนี้ จะช่วยให้เราได้เข้า USJ ได้ก่อนใครด้วย

เพราะตั๋วขึ้น Harukas 300
จะขายพ่วงกับตั๋ว VIP เข้า USJ ก่อนใคร!
ให้เราเอา E-Voucher ที่ระบุในแอพ
ไปแลกตั๋วขึ้นตึก จากนั้นเค้าจะให้สายข้อมือ VIP มา

พร้อมทั้งรายละเอียดลอคอินในเว็บไซท์ ลอคอินก่อนวันจะไป USJด้วยนะ อย่าลืม

ที่ตึก Harukas300 นี้
เรียกๆได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโอซาก้าเลยหละ

เวลาที่ควรไปคงจะเป็นช่วง 16:00 เป็นต้นไป
อยู่ไปเรื่อยๆจะได้ทั้งแสงกลางวันและแสงกลางคืนเลยทีเดียว

แอบมาโฆษณาก่อนนิด

และหากใครอยากเข้า Universal Studio Japan
แบบไม่ต้องต่อแถวยาวเหยียด

เราขอแนะนำ ตั๋วเบ่งงงง!!(เรียกแบบนี้ได้มั้ยอะ 55555)
เป็นสายรัดข้อมือ VIP
ที่เราซื้อคู่กับบัตรเข้า Harukas300 ให้เราใส่มาด้วย

แล้วเดินไปยังฝั่งขวาสุด แต่เช้า ก่อน 8:30
ย้ำว่าก่อน8:30 ไปถึงเช้ากว่านั้นได้ยิ่งดี!!

จากนั้นก็รอแถวเล็กน้อย มองแถวมหาศาลทางด้านซ้าย
ยิ้มแห่งชัยชนะเล็กน้อย แล้วแสกนเข้าไปเล่นเครื่องเล่นได้เลย!!
(จองตรงนี้เลยตั๋ว USJ >> https://bit.ly/2UUcASE)

งงกันมั้ยอะ ถ้างงบอกน้า ไว้เดี๋ยวเราเขียนคอนเท้นท์เพิ่มให้ใหม่

วิวตอนเย็น แบบนี้เลยแหละ
เสียดาย ฟ้าปิดอีกแล้ว!!!

จบแล้วสำหรับ EP 1 แล้วเดี๋ยวเราจะมาเล่า EP2
เกียวโต โกเบ แบบประหยัดเวลา
สองสามวัน ก็ไปด้ายยยย

ชอบก็ฝากกดไลค์กดแชร์กันด้วยนะครับ จุ๊บๆ

 

 

อมยิ้ม

ชีวิตง่ายๆ ออกไปเที่ยว กลับมาเขียนเล่าให้ฟัง วันว่างๆนั่งต่อโมเดล ชอบดูหนังแอ็คชั่น กับฟังเพลงป็อบ