fbpx

เที่ยวเวียดนามเหนือ 6 วัน Hanoi – Sapa – Mu cang chai

October 15, 2018

ปลายฝน ต้นหนาว อากาศดีๆ
เก็บกระเป๋าชวนคนรู้ใจออกเดินทางไปเที่ยว
#เวียดนามเหนือ กันเถอะ 🇻🇳

การเดินทั้งหมด 6 วันของพวกเรา
เพื่อไปหาอาหารอร่อยๆกินที่ #Hanoi
นั่ง #รถไฟทะลุสายหมอก ไปสู่
เมืองสวยงามในสายหมอก #Sapa
และนั่งต่อรถบัสกันไปที่ #MuCangChai
เมืองที่พูดไปก็ไม่มีใครรู้จัก
พร้อมกับธรรมชาติใหญ่สุดลูกหูลูกตา
.
แน่นอนว่าเดินทางไปกันหลายที่ขนาดนี้
ทั้งนั่ง ทั้งยืน ทั้งเดินเยอะตลอดทริป
พวกเรามีตัวช่วยดีๆนั่นก็คือ Uniren Spray
ขนาดเล็ก พกง่าย คลายปวดกล้ามเนื้ออย่างดี
แนะนำจริงๆ พวกเราใช้จริง ดีจริง ควรมีติดตัวนะ

จริงๆแล้วเวียดนามนั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติ
เช่น Sapa ที่มีคนบอกว่า มันคือหลังคาของเอเชีย
และตามที่เราได้ไปเจอ
เมือง Sapa แห่งนี้ยังเป็นเมืองในสายหมอกอีกด้วย โอ้โหววว

นอกจากนี้
ทริปนี้เราจะพาทุกคนนั่งรถไปสู่เมือง Mu Cang Chai
เมืองเงียบสงบในภูเขาสูงสลับซับซ้อน
ที่มีนาขั้นบันไดใหญ่มากๆ น่าจะใหญ่สุดในเอเชียแล้วหละ ทั้งกว้าง ทั้งใหญ่

และมาแอบบอกทริคแนะนำเพื่อนๆว่า Uniren Spray ดีเนี่ย
สามารถช่วยเราในยามปวดกล้ามเนื้อ หลังจากทั้งเดิน ทั้งปีน ทั้งปีน บลาๆ
ขาเที่ยวสายตะลุย ต้องมีพกไว้ออกทริปจริงๆ
นอกจากเที่ยวก็ยังสามารถใช้ได้นะ
เวลาออกกำลังกาย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ช่วยได้อย่างดี
แถมยังมีขนาดเล็ก พกง่าย แก้ปวดได้เยี่ยม

พอเดินทางมาถึงเวียดนาม
พวกเราเลือกที่จะใช้ Grab เรียกรถมารับเราจากสนามบินเมือง Hanoi มุ่งหน้าสู่ที่พักของเรา
ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีพวกเราก็ฝ่าด่านรถจนถึงที่พัก
ซึ่งที่พักของเราจองผ่าน AirBnB ไว้ล่วงหน้าแล้วราคาเพียง 500 บาทเท่านั้น!!
ดีมากเลยนะเอาจริงๆ สะอาด ห้องกว้าง ห้องน้ำก็ดี
ความสำคัญของที่พันเราวันนี้จริงๆแล้วคือ เราเอาไว้เก็บกระเป๋า แบ่งเอาเฉพาะของจำเป็นติดตั
แล้วพวกเราจะออกไปเที่ยวดูเมือง Hanoi กันหน่อย
ตอนเย็นพวกเราก็จะกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินไปขึ้นรถไฟไปต่อเมือง Sapa เลย
ก็ที่พักห่างจากสถานีรถไฟแค่10นาทีเอง(เดินนะ)

มาทำความรู้จักกับเมือง Hanoi กันดีกว่า
คร่าวๆคือเมือง Hanoi เป็นเมืองหลวงของเวียดนาม มีประชากรประมาณ 6 ล้านกว่าคน
คนส่วนใหญ่นิยมใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทาง
(คือจะมีมอเตอร์ไซค์โคตรเยอะนั่นเอง)
รถจักรยานยนตร์ที่นี่ชอบบีบแตร บีบแบบเออชั้นจะบีบอะ ทำไมอะ
และข้อสำคัญในการข้ามถนนคือ เราจะหาจังหวะข้ามได้ยากมาก
ถึงแม้สัญญาณจราจรให้เราข้ามได้แล้ว แต่รถที่นั่นก็จะไม่สนใจอยู่ดี
#ข้อแนะนำ ให้มองดีๆ มั่นใจๆ เดินข้ามไปเลย อย่ายึกยัก รถที่นู้นเค้าจะหลบให้เราเอ

ว่าด้วยเรื่อง #อาหารเวียดนาม
bún chả หรือ บู๊นจ๋า เป็นอาหารเวียดนามที่ขึ้นชื่อและควรมาลองหากได้มาเวียดนาม (ขนาดประธานาธิบดี โอบาม่า ยังมาทานเลย)

bún chả เป็นเส้นขนมจีนคล้ายๆบ้านเราเลย ทานคู่กับซุปออกหวานๆหอมๆ มีหมูย่าง ร้อนๆ
ทั้งแบบเป็นก้อน และสามชั้น ใส่ลงไปในน้ำซุป มีมะละกอ และแครอทหันใส่ลงไปด้วย ทานแกล้มกับผักชนิดต่างๆ
อร่อยมาก อร่อยจริง มาเวียดนามต้องมาโดนนะ หมวยแนะนำจริงๆ
เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่ชอบทที่สุดอันดับสองเลยอ่ะ

ส่วนอันดับ1นั้นก็คือออออออ!!!!…
“ ห อ ย “
เดินแถวๆย่าน Old Town สะดุดกับร้านๆนึงชื่อ Ha Trang เป็นร้านอาหารที่ขายแต่หอย
คนเยอะมาก แน่นร้าน ล้นออกมาข้างนอกอีก
เห้ยคนเยอะแบบนี้ แปลว่าอร่อยแน่ๆ!!+++ ไม่รอช้าเข้าร้านเลยจ้า
ที่นี่ มีหอยให้เลือกสองแบบ หอยเล็ก กับ หอยใหญ่
ระดับเราต้อง หอย! ใหญ่! เท่า! นั้น!

เค้าจะเสิร์ฟหอยพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของร้าน รสออกหวานๆเค็มๆ
มีส้มจี๊ด กระเทียม ขิง ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก กระเทียม มาให้เราผสมๆลงไป
เห้ยยยยยยยยย โคตรอร่อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
แซ่บมากจ้าาาาาาาาาาาาาาาา นายจ๋าาาาาาาาาาาาาาาา
ใครมา Hanoi มาโดนเถอะ แซ่ปลื้มม
(แต่ความสะอาดนั้นให้อยู่ในระดับ 6.5/10) แต่อร่อยอ่ะยอม

เดินเล่นมาถึงแถวทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม คนมารวมตัวกันเยอะแยะเลย แถมปิดถนน เลยเปิดิ Google หาข้อมูล
หาไปหามา
อ่อวันที่เรามาตรงกับวันชาติของเวียดนามพอดี
จริงๆบริเวณนี้ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ที่นี่จะเปิดให้เป็นถนนคนเดินด้วย
คนเลยออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน มาปิ๊กนิก มาเดินเล่น โอ้ยยยโคตรฟิลกู๊ดเลยจริงๆ
เที่ยวเล่นเพลินๆ เวลาหกโมงกว่าๆ เลยรีบกลับโรงแรมอาบน้ำแต่งตัว แล้วไปรอขึ้นรถไฟกันดีกว่า ลุยจ้า !!

โชคดีที่เราเลือกจองที่พักใกล้กับสถานีรถไฟ Ga Ha Noi เดินแค่ 5 นาทีก็ถึง
มารับตั๋วตามที่เรา Booking ไว้ แล้วก็เตรียมกระโดดขึ้นรถไฟ
รถไฟที่เราจองเป็นแบบตู้นอนปรับอากาศชั้น 1 ใน 1 ห้องจะนอนได้ 4 คน
มีห้องน้ำสะอาด แต่อาบน้ำไม่ได้นะ ต้องอาบมาก่อนขึ้น

ตั๋วรถไฟนี้ พวกเราจองผ่านเอเจนซี่อีกที
จะว่าไปก็ไม่เชิง.. อ่ะวิธีการจองของเราโดยละเอียด เอาไป!
https://goo.gl/2xFdcT

Chapa Express คือชื่อรถของเราที่จองไว้
ในตู้ที่เรานอนจะมี ขนม น้ำดื่ม แปรงสีพันให้ด้วย
ความสะอาดเราให้ 8/10 นะ
สะอาดทั้งเตียง ภายในห้องนอน และ ห้องน้ำ
ใช้เวลาเดินทาง 4 ทุ่มจาก Hanoi ถึง Sapa เวลา 6 โมงเช้า งั้นวาปไปกันเลย
อ่านรีวิวรถไฟ : https://lifewithmuay.com/sapatrain/

ลงจากรถไฟ ก็จะมีพนักงานต่างๆ มาถามพวกเราบอกว่า สนใจนั่งรถตู้จากตรงนี้ ไปยังเมือง Sapa ไหม
ซึ่งเอาจริงๆ นั่งเถอะครับ ใช้เวลาแค่ 30 นาทีก็ถึงแล้ว แต่หากไม่นั่งก็มีวิธีอื่นนะ นั่งรถบัสประจำทางไปก็ได้
แต่แนะนำว่ารถตู้เวิร์คกว่า คนละ 2$ นะ (แอบต่อราคามาจาก 4$ ต่อคน)

วิวระหว่างทางบนรถตู้ โอ้โหห สมชื่อเมืองในสายหมอกจริงๆ
ต้อนรับด้วยหมอกแบบนี้ เป็นไงละ วะวะวะวะว้าวววว ฝนตกหนักจ้า (ฮ่าๆ)
ไม่น่าชมเลย เราถึงเมืองซาปากันต้องแต่8โมงกว่าๆ เก็บของเข้าที่พัก เช็คอิน แล้วนอนแกร่วรอฝนหยุดไปเรื่อยๆ
ฝนเล่นก็เป็นใจ เทลงมาอย่างหนัก ทำเอาเราติดอยู่ในเมืองหลายชั่วโมง
จนสุดท้ายตัดสินใจลุยฝนไปเที่ยว ไม่งั้นก็จะไม่ได้เที่ยวอะไรเลย

ฝ่าฝนเดินเข้าเมืองซาปา วันนี้เราตั้งใจจะไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าข้ามภูเขา ที่ชื่อว่า Sunworld Fansipan legend
Google map: https://goo.gl/maps/FsbatvLDPQt
ซึ่งเราซื้อตั๋วกับที่พักมาในราคา 750,000VND/คน
ราคานี้จะได้ ตั๋วรถรางขึ้นไปสถานี Cable car ราคา 50,000VND
และตั๋ว Cable Car ราคา 700,000VND
ที่เราต้องซื้อตั๋วสองประเภทเพราะเราต้องขึ้นรถรางไปยังสถานีกระเช้าลอยฟ้าก่อน
แล้วจากนั้นถึงทะยายขึ้นฟ้าได้

นั่งกระเช้าใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็จะถึงบนยอด ระหว่างทาง
บอกเลยว่าโคตรดี ช่วงแรกด้านล่างจะเป็นนาขั้นบันได ช่วงหลังๆ เราจะลอยไปอยู่บนฟ้า
สูงมาก กระเช้าใหญ่และแข็งแรงดี ใครกลัวความสูงแนะนำ อย่างมองด้านล่าง
เพราะโคตรสูงจริงๆ

เรามาตอนใกล้จะปิดแล้ว แถมวันนี้ฝนยังตกอีก
กระเช้าจึงเป็นของเรา!

ถึงด้านบนแล้วจะเจอกับประตูทางขึ้นขนาดใหญ่ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกและละอองฝน
ลมไม่แรงมาก แต่หนาวเลยครับ อากาศน่าจะราวๆ 22 องศา

พอผ่านประตูมา การขึ้นไปจุดสูงสุดยังไม่จบ
ก็จะมีทางเลือกให้เราเลือกสองอย่างคือ เดินขึ้นไปบนยอดเขาเอง
กับนั่งรถรางขึ้นไปบนยอดเขา
แน่นอนว่าสายลุยอย่างเราๆนั้น เลือกนั่งรถรางจ้า
แน่นอน ไม่ฟรี ราคาสำหรับขาขึ้น 80,000VND ขาลง 70,000VND
เราเลือกที่จะขาขึ้นนั่งรถรางขึ้นไป แต่ขาลงเดินลงกันเอง
ขี้เกียจจะเดินขึ้น อยากเดินเล่นชม บรรยากาศไปรอบๆ และถ่ายรูปไปเรื่อยๆ

ถึงยอดเขาสุด ก็จะมีเป็นเหมือนสามเหลี่ยม บอกว่าตรงนี้สูงสุดแล้วนะ คุณพิชิตยอดเขานี้แล้วประมาณนั้น
แล้วก็มีธงชาติเวียดนามไว้ให้ เหมือนกับมันกำลังบอกว่า “หยิบชั้นมาถ่ายรูปสิ”
วิวรอบๆจะเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ช่วงเรามามีหมอกปกคลุมตลอด
มองอะไรไม่ค่อยเห็นเลย สมกับเป็นเมืองในสายหมอกของแท้จริงๆ
ฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆ น้ำตาจะไหล อยากเห็นวิววว!!!

เดินลงบันไดมาเรื่อยๆ วิวข้างหน้าจะเจอกับไฮไลท์ของที่นี่เลย
เป็นรูปปั้นพระขนาดใหญ่โตม มีหมอกปกคลุม
ดูแบบ อลังการงานสร้าง พวกเราก็ค่อยๆเดินลงไป ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆ
เอาจริงๆนะ แค่นั่งกระเช้า ก็คุ้มค่าเงินที่จ่ายแล้ว
นี่ได้มาเดินดูวิว ดูความอลังการต่างๆข้างบนอีก คุ้มโคตรคุ้ม!!!
หลังจากนี้ก็ กลับโรงแรม กินข้าว นอนพักเอาแรง พรุ่งนี้เราจะพาไปพักโรงแรมที่ขึ้นชื่อ
เรื่องจองยาก เต็มตลอดเวลากัน
อ่านรีวิว SAPA เพิ่มเติม : https://lifewithmuay.com/sapa-vietnam/

ก่อนนอน ขาสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยจ้า
ตามประสาคนไม่ออกกำลังกาย แล้วดันไปเดินทั้งวัน
ยิ่งต้องเดินลงเขา ทิ้งน้ำหนักไว้ที่ขา ต้องเกร็งขาระบมไปหมด
วันแรกก็เดินเที่ยวไม่หยุดรอบ Hanoi อีก
จัดการฉีดเจ้า Uniren Spray ตัวช่วยดีๆ พกง่าย คลายปวด
ฉีดที่บริเวณปวดเมื่อย ทิ้งไว้แปบๆจะเริ่มเย็นๆ
“ อ๊าาาาาาห์ “
จากนั้นอาการปวดจะบรรเทาลง ของดี มีติดไว้ แนะนำจริง !!

ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ !!
“ TOPAS ECOLODGE “

โรงแรมนี้มีบริการรถมารับบริเวณในเมือง Sapa ฟรีสำหรับคนที่จองไว้
ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีก็เดินทางมาถึงโรงแรมแล้ว
ค่าเสียหายสำหรับคืนนี้อยู่ที่ 8,975 บาทต่อห้อง ราคารวมอาหารเช้าแล้ว
จุดเด่นของที่นี่คือวิวโรงแรมที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง
และมีสระว่ายน้ำกว้างแบบ infinity pool วิวห้องก็ใช่ย่อยนะ
เอาเป็นว่าเด็ดทุกวิวถ้าได้มาพักที่นี่จริงๆ
ก็ราคาแพงขนาดนี้ไม่สวยก็แย่ละ..

บรรยากาศข้างในภายในโรงแรมก็จะเป็นแบบบูทีค สวยมาก
อาหารก็อร่อย ลองสั่งน้ำแตงโมปั่นไป เป็นน้ำแตงโมสดเลยใส่เครื่องปั่นแยกกากมาให้
สดชื่น แล้ววันนี้ฟ้าเป็นใจไม่มีฝน ฟ้าเปิด แดดดีมาก

ห้องพักจะเป็นหลังๆติดริมหน้าผา
ภายในห้องก็จะตกแต่งเรียบๆสบายๆ มีเครื่องปรับอากาศ น้ำอุ่น ให้ครบ

ไว้เดี๋ยวเรามาเจาะพูดถึงที่พักกันอีกที แต่คืนนี้หลังจากว่ายน้ำ ถ่ายรูป
กันจนเม็มกล้องเกือบเต็ม แล้วทานอาหารก็รีบนอนหลับพักผ่อน
พรุ่งนี้เราจะพาเพื่อนๆไปเมืองต่อไปกันแต่เช้าตรู่

อ่านรีวิวเพิ่มเติม : https://lifewithmuay.com/topas-ecolodge/

เราจะรอให้รถของโรงแรมไปส่งเราที่ตัวเมืองก็ได้ฟรี
แต่พวกเราเลือกที่จะให้โรงแรมเรียก Taxi มารับเราเพราะว่ารอบรถของโรงแรมมีตอน 9 โมง
พวกเราต้องรีบไปขึ้นรถไปมู่กางจ๋ายรอบเช้าตอน 8 โมง ซึ่งเราเลยต้องเรียก taxi มาก่อนเวลา

นั่งรถมาลงที่เป็นเหมือนสถานีขนส่งของเมือง Sapa รอรถบัสประจำทาง วันนี้เราจะไปเมือง Mu Cang Chai
หารถหน้าตาแบบในภาพเรา ราคาอยู่ที่ราวๆ 15$ ต่อคนจากเอเจนซี่ ซึ่งรถจะเป็นแบบ Local มากๆ (มากสุดๆ)
นั่งๆรถกันอยู่ดีๆ ก็มีคนเดินข้ามหัวไปยกของ นั่งๆอยู่ก็ขนผักผลไม้ขึ้นมาเบียด (ฮ่าๆ)
ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมงกว่าๆ เนี้ยแหละนะ Backpacker ของจริง

#ทริคเล็กน้อย แอบไปถามพนักงานรถมา ราคารถจริงๆแล้วอยู่ที่ประมาน แสน-แสนห้าดองเอง
ประมาน6-7เหรียญด้วยซ้ำ แต่อย่างว่า เราพูดภาษาเวียดนามไม่เป็น คนเวียดนามก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้
ก็ต้องยอมจ่ายไปอะเนอะ ถือว่าเป็นservice charge ละกัน

พอมาถึง Mu Cang Chai
เราจองที่พักคืนนี้ไว้ที่ Ecolodge Mu Cang Chai ผ่านทาง Booking.com
ห้องเป็นบ้านหนึ่งหลัง ราคา 1,540 บาท รวมอาหารเช้าให้ด้วย
แต่อาหารเย็นจ่ายเพิ่มนะ ราคาตั้งแต่ 8-11$ต่อคน
แล้วแต่ความหิวว่าจะให้จัดให้เยอะให้น้อยแค่ไหน
พี่เจ้าของที่พัก ขับรถมาส่งเราที่นาขั้นบันได พี่เค้าบอกที่นี่ไฮไลท์ของเมืองเลย
(เค้าไปส่งราคาคนละ10$นะจ๊ะ ไม่ฟรีจ่ะ)
จะขึ้นไปข้างบนมีให้เลือกสองอย่าง จะเดินไปเองหรือจะขึ้นรถมอไซค์รับจ้างแถวนั้น
ราคาคนละราวๆ 50,000VND ซึ่งพวกเราเลือกที่จะเดินไปกันเอง

ซึ่งก็ทำให้เรารู้ว่า ไม่น่าเดินเลยโว้ยยยยย โคตรสูงและไกล!
ใช้เวลาเดินประมาณ 15-30 นาทีถึงจะถึงข้างบน
พวกเราทั้งพัก ทั้งเหนื่อย ทั้งถ่ายรูป เลยใช้เวลานาน (มาก)
พอขึ้นมาถึงจุดสุดข้างบนก็ชื่นใจจริงจริ๊งงงงงงง
สวยประทับใจ เขียวสบายตา

ตรงนี้มีบริการเช่าชุดชาวเขา ให้เราใส่ลงไปเดินถ่ายรูปกับวิวนาขั้นบันไดกันได้
ค่าเช่าชุดประมาณ 30,000VND (โคตรถูก)
ราคาอาจจะปรับเปลี่ยนไป อยู่ที่อารมณ์ของชาวบ้านที่ให้เช่าอีกทีนะ
ถ่ายรูปเสร็จเราก็เดินทางเข้าที่พักกัน จริงๆแอบบอกว่า นาขั้นบันไดที่นี่
คือมุมถ่ายมีเยอะ และสวยมาก แต่เพื่อให้ไม่เสียว่าเราว่าเราบอกวีธีเดินทางมากันแล้
อยากให้เพื่อนๆตามรอยกันมาโดนเหมือนเราดีกว่า ดีจริ๊งงงงงง !!!

ที่พักจะเป็นบ้านหลังๆๆ อยู่บนเนินเขา รอบๆจะเป็นทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา
อากาศดีมาก ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ตอนพวกเรามาอากาศอยู่ราวๆ 24-28 องศา
ลมก็เย็นๆ ข้างๆ มีน้ำลำธารด้วย

ให้ดูบรรยากาศต่างๆของที่พักกัน
มีบริการเช่ามอไซค์ด้วยนะ ตกวันละประมาณ 17$
เราจะขับไปเที่ยวไหนก็ได้ เติมน้ำมันเอง
อาหารก็จะเป็นแบบพวก Local หน่อยๆ มีผัดผัก เปาะเปี้ยะทอด หมูผัดพริกไทยดำ ไรงี้
อร่อยทุกอย่างสำหรับใครคิดว่าจะอร่อยไหม รสมือใกล้คนไทยมากๆ

เราก็ขับรถไปรอบๆนั้น มองเห็นวิถี่ชีวิตของคนที่นี่
น่าจะทำการเกษตรกันเป็นส่วนใหญ่
ช่วงที่เราไป นาอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวพอดี จะมีชาวบ้านออกมาช่วยกันเกี่ยวข้าว
เด็กๆวิ่งเล่น ว่ายน้ำ จับปลากัน อากาศก็ดีมาก สดชื่น มีลมเย็นๆ
แดดไม่แรงมากด้วย นั่งจิบน้ำอัดลมริมแม่น้ำนี่อย่างชิลจริงๆ
ตกค่ำเราก็กลับที่พัก อาบน้ำกินข้าว เตรียมตัวกลับไปยัง Hanoi
และคืนนี้เราจะนั่งรถบัสนอนกัน ครั้งแรกเลยนะที่ได้นั่ง

ก่อนไปขึ้นรถ ของฉีดคลายปวดสักหน่อย
แบกกระเป๋า เดินขึ้นเขา นั่งรถนานๆ นอนที่นอนแข็งๆ ลุยกันมาหลายวัน
ปวดเนื้อปวดตัวไปหมด ฉีดบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อกันหน่อย
เย็นสบายกล้ามเนื้อ ทาๆ นวดๆ แปบเดียวดีขึ้นเยอะ

คนที่โรงแรมขับมอไซค์มาส่งเราที่จุดขึ้นรถของเมือง
ไม่นานก็มีรถมาจอด เป็นรถบัสแบบบ้านๆเราเลยข้างนอก
ส่วนข้างในบ้านเราไม่น่าจะมีแบบนี้
เป็นเตียงสองชั้น ทำเป็นที่นอนต่อๆกันยาว (ไม่มีห้องน้ำนะจ๊ะ)
ราคาอยู่ที่ 20$ต่อคน เพราะจองผ่านเอเจนซี่อีกแล้ว ราคาอัพไปไกล..
เหมือนจะดีใช่ไหม แต่ลำบากมาก (ฮ่าๆ)
เพราะเค้าดัน Over Booking นะสิ แล้วก็มีคนมาแย้งที่นอนเรา
คนล้นจนถึงขั้น นอนกันตรงทางเดินเลยทีเดียว
กว่าจะเจรจารบอกว่าพวกเราบุ๊คตั๋วที่นอนไว้ แล้วยอมลุกจากที่นอนเราได้
เป็นชั่วโมงอะ ถึงได้นอน
(แต่ก็เป็นโชคดีที่จองผ่านเอเจนซี่นะ ไม่งั้นคงต้องได้นอนกลางทางเดินอะ)
แล้วรถขับเวียนหัวมากกกกกกกก อย่างกับรถเมล์อัศวินราตรี

อ่านรีวิว Mu Cang Chai เพิ่มเติม : https://lifewithmuay.com/mu-cang-chai/

รถบัสนอนออกจาก Mu Cnag Chai ประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ถึงที่ Hanoi ราวๆ 6 โมงเช้า
พอถึงเราเรียก Grab เราจอง Hostel ไว้ชื่อ Chien Hostel ราคาประมาณ 150 บาทต่อคน
ที่จอง Hostel วันนี้เพราะจะนอนต่อหน่อยเพราะบนรถนอนไม่ค่อยหลับเลย
และจะได้ฝากกระเป๋าด้วย มาถึงก็หลับกันหนึ่งตื่น
พอเที่ยงอาบน้ำแต่งตัว ออกไปเดินเล่นวันสุดท้ายกันที่ Hanoi
และเราก็มาจบกันที่ร้าน Bun Cha Dac Kim
หาข้อมูลมาคร่าวๆ เค้าบอกร้านนี้เครมตัวเองว่าเป็นร้าน บู๊นจ๋า ร้านแรกของ Hanoi เว้ย
ซึ่งก็อร่อยจริงๆแหละ คนเยอะพอประมาณ

ก่อนกลับบ้าน เราเปิด Tripadvisor แนะนำบอกว่าเห้ยในตัวเมือง Hanoi
มี cafe ร้านนึงเอากาแฟกับไข่ผสมกัน อร่อยมาก
เดินๆกันมาแถวๆทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมที่เดิม
สังเกตหน้าร้านจะเป็นร้านขายกระเป๋าแบบในภาพ(ภาพกลางข้างบน)
เดินทะเลเข้าไปในสุดของร้านขึ้นบันไดไปจะเจอ cafe จริงๆเว้ย (ทางเข้าโหดมาก)
สั่งกาแฟใส่ไข่ กับ ช็อคโกแลตใส่ไข่กันไปคนละแก้ว อร่อยแหะ หอมๆ หวานๆ
รสชาติออกไปทางขนมมากกว่ากาแฟ
Google map : https://goo.gl/maps/hhe6dqwA5Up

ลืมบอกไปว่าใกล้ๆกับ Hostel ของเรามีโบสถ์ St Joseph’s Cathedral
Google map : https://goo.gl/maps/vKrBP1gzaux
สวยมากๆ แถมใกล้ๆบริเวณนี้ยังมีทั้ง cafe ร้านอาหาร ร้านชาไข่มุก อร่อย
พอตกเย็น ก็ถึงเวลาเดินทางกลับบ้านแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนกันเนอะ

แล้วท้ายที่สุดนี้ เราขอบคุณสเปรย์ Uniren Spray มากจริงๆ
ที่ทำให้เราไม่ร่างพังกลับบ้าน ช่วยคลายปวดไปได้เยอะมากจริงๆ
จากที่เมื่อก่อนเวลาต้องเดินทางลุยมากๆ กลับบ้านทีร่างแหลก ต้องซ่อมไปหลายวัน
ตอนนี้สบาย กลับบ้านมาซ่าต่อได้ ชิวๆ
เชื่อเถอะนะ ขนาดเล็ก พกง่าย คลายปวด ติดกระเป๋าไว้อุ่นใจ
นี่ขนาดมาอีกทริปก็ยังพกมาเลยเนี่ย

แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้านะ อย่าลืมติดตามเรากันด้วยหละ

อมยิ้ม

ชีวิตง่ายๆ ออกไปเที่ยว กลับมาเขียนเล่าให้ฟัง วันว่างๆนั่งต่อโมเดล ชอบดูหนังแอ็คชั่น กับฟังเพลงป็อบ